อ้อย จ.ขอนแก่น 25 ตัน/ไร่

อ้อย จ.ขอนแก่น 25 ตัน/ไร่


อ้อยเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญ   สามารถปลูกได้เกือบทุกภาคของประเทศ  มีอายุเก็บเกี่ยว  10-12 เดือน  โดยทั่วไปเก็บผลผลิตได้  2-3  ปี   สภาพแวดล้อมพันธุ์  และการบำรุงดูแลรักษา  เป็นปัจจัยสำคัญในการเพิ่มผลิตและ คุณภาพของอ้อย  สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้  5-6 ปี  โดยที่ปริมาณการเก็บเกี่ยวคงที่  อ้อยสามารถปลูกได้ในดินเกือบทุกประเภท   ตั้งแต่ดินร่วนถึงดินร่วนปนทราย พื้นที่ปลูกควรเป็นที่ราบ อาจมีปัญหามากในการปลูกอ้อยในดินเหนียวจัด ดินทรายจัดและดินลูกรัง  แต่ถ้าการจัดการดี  บำรุงดินดี  ไม่มีน้ำท่วมขัง  ก็สามารถปลูกได้

 
การเตรียมพันธุ์
พันธุ์ อ้อยควรมาจากแปลงอ้อยที่เจริญเติบโตดี   ตรงตามพันธุ์  ปราศจากโรคและแมลง  มีอายุประมาณ  8-10  เดือน   ถ้าต้องทิ้งพันธุ์อ้อยที่ตัดไว้แล้วในไร่ ควรคลุมท่อนพันธุ์ด้วยใบอ้อยแห้ง เพื่อป้องกันตาอ้อยแห้ง  เกษตรกรควรมีแปลงพันธุ์อ้อยไว้ใช้เองเพื่อลดค่าใช้จ่าย อ้อยจากแปลงพันธุ์ 1 ไร่ (อายุ 7-8 เดือน)  ปลูกขยายได้ 10  ไร่ ควรแช่ท่อนพันธุ์  หรือฉีดพ่นท่อนพันธุ์  ก่อนทำการปลูก  เพื่อป้องกันโรคใบขาว  กอตะไคร้ โรคแส้ดำ  เหี่ยวเน่าแดง  และกลิ่นสัปปะรด  ด้วยผลผลิตภัณฑ์ต่อไปนี้  ในอัตราส่วนต่อน้ำ  20 ลิตร
     
 แฮ็ปปี้ กลู  3-5 ซีซี.   แฮ็ปปี้ แอนติรา  50 ซีซี.  แฮ็ปปี้ อีเอ็มเอส  20-30 ซีซี.

ฤดูกาลปลูก
การปลูกอ้อยในปัจจุบัน สามารถแบ่งตามฤดูกาลได้เป็น 2 ประเภท คือ

การปลูกอ้อยต้นฝน ซึ่งยังแบ่งออกเป็น 2 เขต คือ

– ในเขตชลประทาน (20% ของพื้นที่ปลูกอ้อยทั่วประเทศ) ส่วนใหญ่จะปลูกในช่วง
เดือนกุมภาพันธ์ – เมษายน

– ในเขตอาศัยน้ำฝน ส่วนใหญ่จะปลูกในช่วง เดือนเมษายน – มิถุนายน

การปลูกอ้อยปลายฝน (การปลูกอ้อยข้ามแล้ง) สามารถทำได้เฉพาะในบางพื้นที่ของภาคตะวัน ออกเฉียงเหนือและภาคตะวันออก ที่มีปริมาณและการกระจายของฝนดี และดินเป็นดินทราย หรือดินร่วนปนทราย การปลูกอ้อยประเภทนี้จะปลูกประมาณกลาง เดือนตุลาคม-ถึงเดือนธันวาคม ซึ่งจะได้เปรียบในเรื่องการเก็บเกี่ยวผลผลิต ได้มากกว่า ค่า CCS. สูงกว่า อ้อยต้นฝน เพราะมีอายุการเก็บเกี่ยวยาวนานถึง 12 เดือน ซึ่งอ้อยต้นจะมีอายุการเก็บเกี่ยว 9-10 เดือน

การเตรียมดิน
ไถเตรียมดินให้ลึกขณะมีความชื้นพอเหมาะ และควรไถให้ถึงดินดานทุกครั้งที่มีการรื้อตอเพื่อปลูกอ้อยใหม่โดยไถเป็นรูปตาหมากรุก

– ถ้าปลูกต้นฤดูฝนหรือปลูกอ้อยใช้น้ำชลประทาน ไม่จำเป็นต้องไถพรวนให้ดินแตก หรือละเอียดมาก เพราะถ้าหน้าดิน ละเอียดมาก แล้วใส่น้ำลงไปจะทำให้หน้าดินแน่น เมื่อหน้าดินแห้งแข็ง หน่ออ้อยไม่สามารถโผล่ขึ้นมาได้ และจะทำให้หน่ออ้อยเน่าตาย

– อ้อยปลายฝนหรือปลูกอ้อยข้ามแล้ง ต้องไถพรวนหน้าดินให้ลึกมากจะได้ความชื้นในดินมาก และให้แตกละเอียด เพื่อช่วยลด ความสูญเสียความชื้นภายในดินให้ช้าลง วิธีปลูกอ้อยข้ามแล้ง มี 2 วิธี

1.ถ้าปลูกเดือนตุลาคม ความชื้นในดินมีมากพอ ไม่จำเป็นต้องใส่น้ำก่อนปลูก
2.ถ้าปลูกเดือน ธันวาคม-มกราคม ควรใส่น้ำก่อนวางท่อนอ้อย แล้วไถกลบ ไม่ควรไถกลบก่อนแล้วใส่น้ำ เพราะจะทำให้หน้าดินแน่น หน่ออ้อยขึ้นยาก หรืออาจขึ้นไม่ได้

วิธีการปลูก
– ถ้าใช้คนปลูกจะยกร่องกว้าง 1.4-1.5 เมตร (เดิมใช้ 1.3 เมตร) วางพันธุ์อ้อยเป็นลำโดยใช้ลำเดี่ยว เกยกันครึ่งลำหรือ 2 ลำคู่ ตามลักษณะการแตกกอของพันธุ์อ้อยที่ใช้

– ถ้าใช้เครื่องปลูก หลังจากเตรียมดินแล้ว ไม่ต้องยกร่องจะใช้เครื่องปลูกติดท้ายแทรกเตอร์ โดยจะมีตัวเปิดร่อง และช่องสำหรับใส่พันธุ์อ้อยเป็นลำ และมีตัวตัดลำอ้อยเป็นท่อนลงในร่องและมีตัวกลบดินตามหลัง และสามารถดัดแปลงให้สามารถใส่ปุ๋ยรองพื้น พร้อมปลูกได้เลย ปัจจุบันมีการใช้เครื่องปลูกทั้งแบบแถวเดี่ยวและแถวคู่ โดยจะปลูกแถวเดี่ยวระยะแถว 1.4-1.5 เมตร ในกรณีใช้พันธุ์อ้อยที่แตกกอมาก และจะปลูกแถวคู่ ระยะแถว 1.4-1.5 เมตร ระยะระหว่างคู่แถว 20-30 เซนติเมตร ในกรณีใช้พันธุ์อ้อยที่แตกกอน้อย

การใส่ปุ๋ย
โดยแบ่งใส่ปุ๋ยเป็น 2 ครั้ง

ใส่ปุ๋ยครั้งแรก : ใส่ปุ๋ยรองพื้น ใส่ก่อนปลูกหรือพร้อมปลูก ไถ พลวน ชักร่องแล้วปลูก โดยใช้สูตรต่อไปนี้ ต่อพื้นที่ 10 ไร่

 ปุ๋ยเคมีสุตร  21-7-18 = 6  กระสอบ
สารปรับปรุงดิน  แฮ็ปปี้ ทรี  20 ถุง สารแตกราก แตกหน่อ  แฮ็ปปี้  อีเอ็มเอส  1 ขวด

สำหรับรองพื้นในพื้นที่ 10 ไร่ อาจใช้ปุ๋ยมูลสัตว์ร่วมด้วย

ส่ปุ๋ยครั้งที่สอง : ใส่ปุ๋ยแต่งหน้า อ้อยอายุไม่เกิน 3 – 4 เดือน

 ปุ๋ยเคมีสูตร  21-7-18 = 6กระสอบ
 สารปรับปรุงดิน  แฮ็ปปี้ ทรี  20 ถุง สารเพิ่มค่า  CCS.  แฮ็ปปี้ เพลนตี้  1 ขวด สารเร่งการเจริญเติบโต  แฮ็ปปี้ โกร์ว  1 ขวด

ใส่ในพื้นที่ 10 ไร่ แต่งหน้าครั้งสุดท้าย

การป้องกันกำจัดวัชพืช
-ใช้แรงงานคนดายหญ้าในช่วงตั้งแต่ปลูกจนถึงอายุ  4  เดือน
-ใช้เครื่องจักรไถพรวนระหว่างร่องหลังปลูก  เมื่อมีวัชพืชงอก
-ใช้สารเคมีฉีดพ่นเพื่อคุมฆ่า
ปัจจุบันเกษตรกรมีการเผาใบอ้อยกันมาก
– การเผาใบอ้อยก่อนเก็บเกี่ยว   เนื่องจากขาดแคลนแรงงานทำให้ตัดอ้อยได้เร็วไม่ต้องลอกกาบใบ   อ้อยที่เผาใบถ้าไม่รีบตัดส่งโรงงานทันทีจะทำให้เสียน้ำตาลและคุณภาพความ หวาน  และต้องจ่ายค่ากำจัดวัชพืช   และให้น้ำเพิ่มขึ้นในอ้อยตอแนวทางแก้ไข  คือ  ถ้าส่งโรงานไม่ทันต้องตัดอ้อยไฟไหม้กองไว้ในไร่ (กองรวมกัน)  ซึ่งจะสูญเสียความหวานน้อยกว่าทิ้งไว้ในไร่
– การเผาใบอ้อยหลังการเก็บเกี่ยว  เนื่องจากเกษตรกรต้องการป้องกันไฟไหม้อ้อยตอ   หลังจากที่มีหน่องอกแล้วและทำให้ใส่ปุ๋ยได้สะดวกกลบปุ๋ยง่าย   แต่มีผลเสียตามมา  คือ
*  เป็นการทำลายวัตถุอินทรีย์ในดิน
*  ทำให้สูยเสียควสามชื้นในดินได้ง่าย
*  หน้าดินถูกกชะล้างได้ง่าย
*  มีวัชพืชในอ้อยตอขึ้นมาก
*  มีหนอนกอเข้าทำลายมากขึ้น
แนวทางแก้ไข  คือ  ใช้เครื่องสับใบอ้อย  คลุกเคล้าลงดิน  ระหว่างแถวอ้อย  และถ้าต้องการเผาใบอ้อยจริงๆ  ควรให้น้ำในอ้อนตอทันที
จะช่วยลดการตายของอ้อยตอลงได้
– การเผาใบก่อนการเตรียมดิน  เกษตรกรทำเพื่อให้สะดวกในการเตรียมดินปลูก  เพราะล้อรถแทรกเตอร์จะลื่นเวลาไถ
มีผลเสียตามมาคือ  เป็นการทำลายอินทรีย์วัตถุ  ดินอัดแน่นทึบ  ไม่อุ้มน้ำ  น้ำซึมลงได้ยาก
แนวทางแก้ไข  คือการใช้จอบหมุนสับเศษอ้อย  และคลุกเคล้าลงดินก่อนการเตรียมดิน  ทำให้ไม่ต้องเผาใบอ้อยก่อนการเตรียมดิน

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s