HAPPY TREE

Bookmark and Share


Happy Treeแฮ็ปปี้ ทรี สารบำรุงดิน แฮ็ปปี้ ทรี เป็นสารปรับปรุงดิน ที่ช่วยให้ดินร่วนซุย ดินมีการถ่ายเทอากาศได้ดี รากพืชสามารถดูดซึมธาตุอาหารไปใช้ได้มาก ทำให้พืชเจริญเติบโตเร็ว ปลดปล่อยธาตุอาหารให้ตามความต้องการของพืช ช่วยให้พืชใช้ปุ๋ยได้ถึง 80 % โดยน้ำหนัก ทั้งยังลดค่าใช้จ่ายในการใช้ปุ๋ย, การทำลายของแมลงศัตรูพืชซิลิก้า (Sio2) 71.75%, การใช้ยาฆ่าแมลง, สารพิษตกค้างน้อยลง และช่วยปรับสภาพแวดล้อมได้ดีมาก ส่วนประกอบที่สำคัญ – ซิลิก้า แอซิค หรือ ซิลิก้า เป็นธาตุอาหารที่มีผลต่อการเจริญเติบโตสมบูรณ์ของต้นและเป็นส่วนสำคัญของโครงสร้างพืชฯลฯ ประโยชน์ที่พืชได้รับ 1. ช่วยให้ต้นพืชมีความแข็งแรงสมบูรณ์
2. มีความต้านทานต่อโรค ประเภทเชื้อราได้ดี
3. เป็นสารอาหารที่สำคัยต่อต้นอ่อน
4. เป็นส่วนประกอบสำคัญของจมูกข้าว
5. ช่วยเพิ่มน้ำหนักที่แห้งของเมล็ดพืชให้มีน้ำหนักเพิ่มขึ้น
6. ช่วยให้ปุ๋ยไนโตรเจนละลายช้า

……………………………………………………………………………………

แฮปปี้ ทรี (สารบำรุงดิน)
รหัสสินค้า: 000004
ราคา 100.00 บาท
เกษตร: สารบำรุงดิน
รายละเอียด: สารปรับปรุงดิน Happy Tree
1. ลดความเป็นพิษในดิน อันมีสาเหตุมาจากสารตกค้างของยาฆ่าแมลง
2. ทำให้พืชแข็งแรง โตเร็ว มีความทนทานต่อโรค และแมลงศัตรูพืช
3.ผสมกับปุ๋ยได้ทุกสูตรทุกยี่ห้อทำให้ปุ๋ยละลายช้าช่วยยืดระยะเวลาการดูดซึมของพืชทำให้มีผลช่วยประหยัดปุ๋ย
………………………………………………………………………………
รหัสสินค้า
รายละเอียด เป็นสารปรับปรุงดิน ที่ช่วยให้ดินร่วนซุย ดินมีการถ่ายเทอากาศได้ดี รากพืชสามารถดูดซึมธาตุอาหารไปใช้ได้มากทำให้พืชเจริญเติบโตเร็วปลดปล่อยธาตุอาหารให้ได้ตามความต้องการของพืชช่วยให้พืชใช้ปุ๋ยได้ถึง 80 % โดยน้ำหนัก ทั้งยังลดค่าใช้จ่ายในการใช้ปุ๋ย การทำงายของแมลงศัตรูพืชซิลิก้า (Sio2) 71.75 % การใช้ยาฆ่าแมลง สารพิษตกค้างน้อยลง และช่วยปรับสภาพแวดล้อมให้เป็นธรรมชาติส่วนประกอบที่สำคัญ
ดินเสื่อมพืชไม่กินปุ๋ย
สมาชิกต้องทำความเข้าใจเรื่องดินเป็นกรด และเป็นด่าง (ค่าpH) ให้ชัดเจนก่อนเพราะเป็นหัวใจหลักของเกษตรกร และเป็นหลักวิชาการของการปลูกพืชที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ ซึ่งมีเกษตรกรส่วนน้อยที่ศึกษาทำความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องนี้อย่างจริงจัง พร้อมกับการนำเสนอสารบำรุงดิน แฮ็ปปี้ทรี ได้อย่างง่ายดายและชัดเจน ไม่ต้องโฆษณาเกินความเป็นจริงก็มีคนอยากใช้ค่าpH คืออะไร ค่าpHเป็นค่าที่ใช้บอกความแรงของกรด หรือด่าง(เบส) อย่างง่ายๆ นิยมใช้กันอย่างแพร่หลายกับผลิตภัณฑ์ทั่วไปไม่เฉพาะพวกสารเคมี เรื่องดินและน้ำ คนทั่วไปเข้าใจได้ ค่าpHนี้กำหนดโดยความเข้มข้นของโปรตอนในสารละลาย
ยิ่งโปรตอนเข้มข้นมากซึ่งก็คือเป็นกรดมาก pHจะต่ำ ในทางกลับกันถ้าสารละลายเป็นด่าง(เบส) คือความเข้มข้นของโปรตอนต่ำ pHจะสูงในการวัดความเป็น กรด–ด่าง(เบส) ในสารละลายนั้น เราใช้คำว่า “pH” เป็นตัวบ่งชี้ ตัว p ย่อมาจาคำว่า power ซึ่งมีความหมายในเชิงยกกำลัง ส่วน H นั้นหมายถึง ความเข้มของประจุไฮโดรเจน pH มีค่าเป็นตัวเลขตั้งแต่ 0 – 14 สารประกอบที่มีค่า pH 5 มีประจุไฮโดรเจนมากกว่า สารประกอบที่มีค่า pH 6 ถึง 10 เท่า น้ำบริสุทธิ์มีค่า pH เป็นกลางอยู่ที่ pH 7 นั้นหมายถึง น้ำ 1 ลิตร ที่อุณหภูมิ 25 องศาเซลเซียส มีประจุไฮโดรเจน และประจุไฮดรอกไซด์ อยู่จำนวนเท่ากันคือ 1×10–7 โมล pH มีค่าน้อย แสดงว่า สารประกอบนั้นมีความเป็นกรดสูง เช่น น้ำมะนาวมี pH=2.3 pH มีค่ามาก แสดงว่า สารประกอบนั้นมีความเป็นด่าง(เบส)สูง เช่น น้ำยาทำความสะอาดพื้นมี pH = 13 สิ่งมีชีวิตในน้ำส่วนมากมักอาศัยอยู่ในน้ำที่มีค่า pH 6.5 – 9 โดยปกติน้ำฝนตามธรรมชาติจะมีความเป็นกรดเล็กน้อย เนื่องจากการละลายก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในอากาศ แต่ทว่าในเขตอุตสาหกรรมที่มีการปล่อยก๊าซเสียออกมา จะทำให้เกิดสภาวะฝนกรด น้ำฝนที่สะสมอยู่ในแหล่งน้ำทำให้ค่า pH ต่ำลง เมื่อ pH ต่ำกว่า 5.5 ปลาจะตายหมดเมื่อ pH มีค่าต่ำกว่า 4 จะไม่มีสิ่งมีชีวิตใดทนทานได้เลยการศึกษาความเป็นกรด – ด่าง(เบส) ของน้ำจึงมีความสำคัญมากต่อการประมงและการเกษตรความเป็นกรดเป็นด่างของดิน มีความสำคัญอย่างไรช่วงของ pH ของดินโดยทั่วไปจะมีค่าอยู่ระหว่างประมาณ 3.0 – 9.0 ค่า pH 7.0 บอกถึงสภาพความเป็นกลางของดิน กล่าวคือ ดินมีตัวที่ทำให้เป็นกรดและตัวที่ทำให้เป็นด่างอยู่ในปริมาณเท่ากันพอดี ค่าที่ต่ำกว่า 7.0 เช่น 6.0 บอกสภาพความเป็นกรดของดิน ในกรณีนี้เมื่อดินมี pH 6.0 เราก็จะทราบว่าดินเป็นกรดอย่างอ่อน มีสภาพเป็นกรดมากกว่าดินที่มี pH 7.0 (เป็นกลาง) สิบเท่า ค่า pH ของดินยิ่งลดลงเท่าใด สภาพความเป็นกรด ก็รุนแรงยิ่งขึ้นเท่านั้น ดินที่มี
pH 5.0 จะเป็นกรดมากกว่า pH 6.0 สิบเท่า แต่ละค่าของ pH ที่ต่างกันหนึ่งหน่วยจะบอกความเป็นกรดที่แตกต่างกันสิบเท่า เช่นเดียวกับดินที่มี pH สูงกว่า 7.0 เท่าใด ความเป็นด่างก็ยิ่งสูงขึ้นเท่านั้น และจะเป็นด่างมาก ขึ้นเป็นสิบเท่าต่อความแตกต่างกันหนึ่งหน่วยของค่า pH ระดับความรุนแรง ของความเป็นกรด-ด่าง ของดิน สามารถบอกได้จากค่าของ pH ดังนี้ค่าของ pH ของดิน สามารถวัดได้ด้วยเครื่องวัดความเป็นกรด ในภาคสนาม สามารถใช้ชุดตรวจสอบชนิดใช้น้ำยาเปลี่ยนสีตรวจสอบ เรียกว่า wbr pH Test Kit หรือชุดตรวจสอบ pHความเป็นกรดของดินจะมีสภาพเหมือนกับกรดอย่างอ่อน เช่น กรดน้ำส้มสายชู ตัวที่แสดงความเป็นกรดคือ ไฮโดรเจนไอออน (H+) ซึ่งมีอิทธิพลอย่างมากในการทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญทางเคมีของดิน กล่าวคือ ทำให้มีการละลายตัวของธาตุหรือสารต่างๆ ในดินออกมา บ้างก็เป็นประโยชน์ บ้างก็อาจเป็นพิษต่อพืช เช่น ถ้าดินเป็นกรดรุนแรงจะทำให้มีธาตุ พวกอะลูมิเนียม แมงกานีส และเหล็ก ละลายออกมาอยู่ในน้ำในดินมากเกินไป จนเกิดเป็นพิษขึ้นแก่พืชที่ปลูกได้ แมงกานีสและเหล็กแม้จะเป็นธาตุอาหารพืชที่สำคัญ แต่พืชต้องการในปริมาณน้อย ถ้ามีสะสมอยู่ในดินมากจนเกินไปก็จะเกิดเป็นพิษขึ้นกับพืชได้ ดินที่มีค่าพีเอช (pH) ต่ำกว่า 4.5 ลงไปเรามักพบปัญหาดังกล่าวข้างต้น ความเป็นประโยชน์ของธาตุอาหารต่างๆ ในดินที่พืชจะดึงดูดเอาไปใช้ได้ง่ายและมากน้อยแค่ไหน ขึ้นอยู่กับสภาพหรือระดับ pH ของดินเป็นอย่างมาก ธาตุอาหารพืชที่มีอยู่ในดินจะคงสภาพที่เป็นประโยชน์ต่อพืชได้ง่าย และมีปริมาณมากที่ pH ช่วงหนึ่ง ถ้าดินมี pH สูงหรือต่ำกว่าช่วงนั้นๆ ก็เปลี่ยนสภาพเป็นรูปที่ยากที่พืชจะดึงดูดเอาไปใช้เป็นประโยชน์ได้ เช่นธาตุ ฟอสฟอรัส จะอยู่ในรูปของสารละลายที่พืชดึงดูดไปใช้ได้ง่าย เมื่อดินมี pH อยู่ระหว่าง 6.0-7.0 ถ้าดินมี pH สูง หรือต่ำกว่าช่วงนี้ ความเป็นประโยชน์ของ ธาตุฟอสฟอรัส ในดินก็ลดน้อยลง เพราะไปทำปฏิกิริยากับแร่ธาตุต่างๆ ในดินได้ง่ายขึ้น และแปรสภาพเป็นสารประกอบที่ละลายน้ำยาก ปุ๋ยฟอสฟอรัส ที่เราใส่ลงไปในดินจะเป็นประโยชน์ต่อพืชที่ปลูกได้มากที่สุดก็เมื่อดินมี pH อยู่ในช่วงดังกล่าว ปุ๋ยฟอสฟอรัสที่ใส่ลงไปในดินจะไม่เป็นประโยชน์ต่อพืชทั้งหมด แต่จะสูญเสียไปโดยทำปฏิกิริยากับแร่ธาตุต่างๆ ในดิน แปรสภาพเป็นสารประกอบที่ละลายน้ำยากเสียกว่า 80% ซึ่งเราเรียกว่าฟอสฟอรัสถูกตรึง ปุ๋ยฟอสฟอรัส จะถูกตรึงได้ง่ายและมากขึ้นไปกว่านี้ได้อีก ถ้าดินมี pH สูงหรือต่ำกว่าช่วง pH 6.0-7.0 และที่สำคัญจะทำให้ธาตุ โพแทสเซี่ยม ไม่สามารถเคลื่อนย้ายได้ในกรณีที่ฟอสฟอรัสถูกตรึงอินทรียวัตถุในดินมีความสำคัญมากเนื่องจากช่วยทำให้ดิน โปร่งและร่วนซุย เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของรากพืช นอกจากนั้นยัง สามารถปลดปล่อยธาตุอาหารพืชที่สำคัญ เช่น ไนโตรเจน ฟอสฟอรัส และธาตุอื่นๆ ให้แก่พืช การไถพรวนดินเพื่อการเพาะปลูกใน พื้นที่ที่ไม่เหมาะสม และไม่มีวิธีการอนุรักษ์ดินที่ถูกต้อง เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดการชะล้างพัง ลายสูญเสียหน้าดินที่อุดมสมบูรณ์ เมื่อหน้าดินที่มีธาตุอาหารและอินทรียวัตถุอันอุดมสมบูรณ์หายไป หน้าดินที่เหลืออยู่คือดินชั้นล่างจะเป็นดินเลว เนื่องจากมีธาตุอาหารพืชและอินทรียวัตถุน้อย เป็นกรดจัด ไม่สามารถปลูกพืชให้งอกงาม อีกต่อไปพืชที่ปลูกในดินเลวจะขาดแคลน ธาตุอาหาร พืชจะเหลืองและ ให้ผลผลิตต่ำ ส่วนดินที่มีธาตุอาหารเพียงพอ พืชจะเขียวเจริญงอกงาม ให้ผลผลิตสูง ส่วนที่เป็นผลิตผลของพืชที่ปลูกและ เก็บเกี่ยวขาย จะเป็นตัว การสำคัญที่ทำให้เกิดการสูญเสียความอุดมสมบูรณ์ของดินส่วนของพืชที่สัตว์ กินและถ่ายออกมาเป็นปุ๋ยคอกกลับคืนสู่ดิน จะปลดปล่อยธาตุอาหารที่เป็น ประโยชน์แก่พืชอีกครั้งหนึ่ง ธาตุอาหารในดินที่ติดไปกับผลิตผลจะสูญเสียไป อย่างถาวร แต่เราสามารถใช้ปุ๋ยชดเชยหรือเพิ่มเติมให้กับดินจนพอเพียงแก่ ความต้องการของพืชได้

และในความเป็นจริงปัจจุบันเกษตรกรไม่ได้เลี้ยงสัตว์หรือมีส่วนน้อย จึงไม่มีมูลสัตว์เพียงพอในการปรับปรุงดิน
พื้นที่เพาะปลูกในปัจจุบันจึงค่อยๆเสื่อมลงไปเลื่อยๆโดยที่ตัวเกษตรกรเองไม่ทราบสาเหตุที่แท้จริง
ค่า pH ของดินที่เหมาะกับพืชบางชนิด

1 ข้าว 5.5-6.0

2 ผักกาดหัว กะหล่ำดอก ขึ้นฉ่าย ถั่วลันเตา ผักกาดหอม 6.0-7.0

3 กะหล่ำปลี แครอท คะน้า 5.7-7.0

4 ยาสูบ 5.4-5.7

5 มันเทศ 5.5-7.0

6 ฝ้าย 6.0-8.0

7 สับปะรด 5.0-6.0

ธาตุอาหารพืชพวกจุลธาตุ (micronutrients)
เช่น สังกะสี เหล็ก แมงกานีส โบรอน เป็นต้น จะละลายออกมาอยู่ในสภาพที่เป็นประโยชน์ต่อพืชได้ง่าย และมีอยู่ในดินอย่างพอเพียงกับความต้องการของพืช เมื่อดินมี pH เป็นกรดอย่างอ่อนถึงกรดปานกลางมากกว่าเมื่อดินมี pH เป็นกลางหรือเป็นด่าง แต่ในทางตรงกันข้ามธาตุอาหารโมลิบดินัม จะเป็นประโยชน์ต่อพืชได้ดีขึ้น ถ้าดินมี pH เป็นกลางถึงด่างอย่างอ่อน อย่างไรก็ตามเมื่อสรุปความเสียเปรียบและได้เปรียบระหว่างความเป็นกรดและเป็นด่างของดินแล้ว ดินที่เหมาะสำหรับปลูกพืชควรจะมีpHอยู่ในช่วงเป็นกรดอย่างอ่อนถึงเป็นกรดปานกลาง(6.0-7.0)

ความสำคัญของ pH ของดินยังเกี่ยวข้องอยู่กับการทำงานที่เป็นประโยชน์ของจุลินทรีย์ต่างๆ ในดินด้วย ปกติสารประกอบอินทรีย์ต่างๆ ในดินจะเน่าเปื่อยผุพังได้ก็โดยที่มีจุลินทรีย์ต่างๆ เข้าย่อยทำลาย ขณะที่สารอินทรีย์พวกนี้กำลังสลายตัวก็จะปลดปล่อยธาตุอาหารต่างๆ ออกมาซึ่งรากพืชสามารถดึงดูดไปใช้ได้ พวกปุ๋ยคอก ปุ๋ยหมัก เมื่อใส่ลงไปในดินแล้วทำให้พืชงอกงามดีขึ้นนั้นก็เนื่องจากจุลินทรีย์พวกนี้เข้าย่อยและทำให้ปุ๋ยคอกสลายตัว และปลดปล่อยธาตุอาหารออกมาเป็นประโยชน์ต่อพืชอีกทีหนึ่ง การที่ปุ๋ยคอกมีผลต่อการเจริญเติบโตของพืชได้ช้ากว่าปุ๋ยเคมี ก็เนื่องด้วยเหตุที่ปุ๋ยคอกต้องรอให้จุลินทรีย์เข้าย่อยให้สลายตัวเสียก่อน ซึ่งผิดกับปุ๋ยเคมีเมื่อละลายน้ำแล้วพืชก็สามารถดึงดูดเอาธาตุอาหารจากปุ๋ยไปใช้ได้ทันที จุลินทรีย์ต่างๆ ที่เข้าย่อยสลายปุ๋ยคอกและสารอินทรีย์ต่างๆ
ตลอดจนฮิวมัสในดินนั้นจะทำงานได้เต็มที่และมีประสิทธิภาพ เมื่อ pH ของดินอยู่ระหว่าง pH 6-7 ถ้าดินเป็นกรดรุนแรงถึงกรดรุนแรงมาก จุลินทรีย์ในดินจะทำงานได้ช้าลง ปุ๋ยคอกและสารอินทรีย์ในดินจะสลายตัวและเป็นประโยชน์ต่อพืชได้ช้ามาก

เมื่อดินเป็นกรดรุนแรงและกรดรุนแรงมากนั้น มักจะพบว่าพืชที่ปลูกไม่เจริญเติบโต และงอกงามเท่าที่ควร เราสามารถแก้ไขดินที่เป็นกรดมากจนเกินไปนี้ (pH ต่ำกว่า 5.0) ให้มีระดับ pH สูงขึ้น (6.0-7.0) ได้โดยการใส่สารประกอบพวกปูนขาว (Ca(OH2)) หินปูนที่บดละเอียดเป็นฝุ่น (CaCO3) และปูนมาร์ล (marl) ซึ่งเป็นสารประเภทเดียวกันกับหินปูน สารประกอบพวกนี้เมื่อใส่ลงไปในดินจะมีฤทธิ์เป็นด่างและจะเข้าไปทำปฏิกิริยากับกรด ทำให้สารพวกกรดในดินลดน้อยลง และมีสารพวกด่างสูงขึ้น

หมายเหตุ ข้อมูลดังกล่าวได้มาจากแหล่งข้อมูลหลายหน่วยงานควรตรวจสอบข้อมูลอีกครั้งก่อนนำไปอ้างอิง

สารบำรุงดิน แฮ็ปปี้ทรี

แร่ เพอร์ไลท์ & ซีโอไลท์

อีกหนึ่งทางเลือกในการปรับปรุงดิน

คุณสมบัติธาตุประกอบ

Silica – Silicon Dioxide ( SiO2 ) 71.67% (ซีลีก้า-ซีลีคอน )

Aluminum Oxide ( Al2O3 ) 13.45% (อะลูมินัม )

Iron(III) oxide ( Fe2O3) 1.43% (เหล็ก )

Potassium oxide (K2O) 4.31% (โพแทสเซียม)

หมายเหตุ ธาตุประกอบในสารบำรุงดินแฮ็ปปี้ทรี อาจเปลี่ยนแปลงไปจากแร่เพอร์ไลท์ดิบ เนื่องจากขบวนการผลิต และส่วนผสมอื่นๆ อันเป็นสูตรเฉพาะของบริษัท ฉะนั้นธาตุประกอบในแร่เพอร์ไลท์ดิบ จึงไม่สามารถนำไปอ้างอิงกับสารบำรุงดินแฮ็ปปี้ทรีได้

เพอร์ไลต์(Perlite) หินภูเขาไฟ (Volcanic rock) ชนิดหนึ่ง เกิดจากการระเบิดของภูเขาไฟ มีเนื้อละเอียดหรือเป็นแบบแก้ว มีส่วนประกอบทางเคมีอะลูมิน่าซิลิเกตกลาส

เพอร์ไลต์มีธาตุซิลิก้า(SiO2) มีคุณสมบัติเด่นในการดูดซับความชื้นได้ดี ทำให้สภาพข้างเคียงโดยรอบชุ่มชื้นสะสมอยู่ในรากพืชมากช่วยทำให้พืชแข็งแรง ต้านทานต่อความแห้งแล้งมีอยู่ในโครงสร้างของผนังเซลล์ ช่วยลดการสูญเสียน้ำ
และทนทานต่อการติดโรคช่วยเพิ่มความเจริญเติบโต ลดความเป็นพิษของธาตุแมงกานีส เหล็ก อะลูมิเนี่ยม ที่มีอยู่ในสารละลาย

ดินมากเกินไป ช่วยเพิ่มความหวานให้อ้อยและมีลำต้นแข็งแรงลดอัตราการระเหยของน้ำ ทำให้ต้นข้าวมีใบตั้งตรงรับแสงได้ดี รากสามารถรับอ๊อกซิเจนได้เพิ่มมากขึ้น ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ปุ๋ยไนโตรเจนดีขึ้น ช่วยดูดซับธาตุไนโตรเจน

เพอร์ไลต์มีธาตุอะลูมิเนียม(Al) และมีธาตุโซเดียม (Na) ธาตุจำพวกโซเดียมอะลูมิเนียมซิลิเกต มีคุณสมบัติในการปรับสภาพความเป็น กรด และยังสามารถดูดซึมก๊าซหรือสารประกอบอินทรีย์ต่างๆ ได้ดี

เพอร์ไลต์มีธาตุเหล็ก(Fe) ช่วยในขบวนการหายใจ และช่วยในการสร้างคลอโรฟิลล์ในการปรุงอาหารของพืช และเป็นอาหารเสริมซึ่งพืชต้องการปริมาณน้อย

เพอร์ไลต์มีธาตุโพแทสเซียม(K) ทำให้เปลือกลำต้นแข็งแรง ไม่หักโค่นหรือล้มง่าย ช่วยกระบวนการสร้างน้ำตาลและแป้งที่สะสมในพืช ช่วยในการเคลื่อนย้ายแป้ง และน้ำตาลไปยังส่วนต่าง ๆ ของพืช ช่วยในการแบ่งเซลล์ ช่วยให้พืชมีความต้านทานต่อโรคดีขึ้น ผลที่ตามมาคือออกดอกติดผลดี แต่หากมีการเร่งดอกเร่งผลมากก็จะทำให้ต้นไม้นั้นทรุดโทรมและตายเร็ว

เพอร์ไลต์มีน้ำ(H2O) เป็นตัวประสานธาตุต่างๆ ให้อิ่มตัว ทำละลายแร่ธาตุต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อพืช ทั้งยังให้ความชุ่มชื้นแก่พืชและบริเวณใกล้เคียง

สภาพทางกายภาพ มีความโปร่งรูพรุนเป็นธรรมชาติ และเมื่อได้รับความร้อนเพิ่มขึ้นก็จะขยายตัว 5 – 20 เท่า ทำให้มีความโปร่งและเป็นโพรง เมื่อเข้าไปผสมอยู่ในดินก็จะทำให้ดินมีสภาพโปร่ง สามารถดูดซับกลิ่นโดยเฉพาะแอมโมเนียและไฮโดรเจนซัลไฟด์ ซึ่งจะเป็นปุ๋ยที่ดีของพืช ความแข็งแรงทำให้สามารถพยุงเนื้อดินในการกดทับได้ดี เนื่องจากมีเม็ดผลึกที่สม่ำเสมอขนาดเท่าๆ กัน ประมาณ 1 – 2 มม. ทำให้ความโปรงและร่วนซุยของดินดีและสม่ำเสมอ เสมือนตัวกรองสารต่างๆ ทางธรรมชาติ

มีสภาพเป็นฉนวนกันความร้อนทางธรรมชาติเป็นการผ่อนคลายความร้อนที่สะสมตลอดวันให้แก่ต้นพืชและรากพืชที่อยู่ใต้ดิน สามารถใช้เป็นอินทรียวัตถุได้เนื่องจากมีกลุ่มจุลาตุ ประโยชน์

สารกรอง

– ผสมสีทาบ้าน

– ทำผงขัด

– ดูดซับน้ำเสีย บำบัดน้ำเสีย

– เป็นวัสดุทนไฟผสมกับพอร์ตแลนด์ซีเมนต์

– เป็นฉนวนป้องกันความร้อน

– ใช้ผสมกับปูนซีเมนต์ทำให้ปูนแห้งเร็ว

– ปรับสภาพความเป็นกรดในน้ำ

– ปรับสภาพของดินทางด้านการเกษตร

– ใช้ขจัดกลิ่นเหม็นของก๊าซแอมโมเนียและไฮโดรเจนซัลไฟด์

– เป็นวัสดุสภาพเบามีความแข็งแรงสูง ใช้เป็นวัสดุทดแทนวัสดุก่อสร้างที่มีน้ำหนักและ แข็งแรงน้อยกว่า เช่น อิฐก่อสร้าง
ส่วนผสมซีเมนต์และคอนกรีต

หมายเหตุ คุณสมบัติดังกล่าวเป็นคุณสมบัติของแร่เพอร์ไลท์ดิบ ที่ยังไม่ได้ผ่านขบวนการผลิตเพื่อนำไปใช้ประโยชน์ทางด้านการเกษตรโดยตรง จึงมิอาจนำมาอ้างอิงกับสารบำรุงดิน แฮ็ปปี้ทรี ได้

ติดตามผลหลังใช้ แฮ็ปปี้ทรี

ตรวจสอบระบบดิน ระบบรากพืช หลังใช้ได้ 7-10 วัน ดินนุ่มร่วนซุย ระบบรากยาวขาวอวบ ต้นแข็งใบตั้ง มีความเขียวงามทนนาน หากนำมาคลุกเคล้ากับปุ๋ย ไนโครเจน สามรถดูดซับธาตุไนโตรเจน ไม่ให้ระเหยไปกับอากาศและน้ำได้ 100% ทำให้พืชใช้ประโยชน์จากธาตุไนโตรเจนที่ใส่ลงไปได้ทั้งหมด

ทราบหรือไม่ว่าดินมีหน้าที่อะไร และมีความสำคัญอย่างไร

หน้าที่และความสำคัญของดินที่มีต่อการเจริญเติบโตของพืชและการเกษตรกรรม กล่าวโดยสรุปได้ดังนี้

1. ดินทำหน้าที่เป็นที่ให้รากพืชได้เกาะยึดเหนี่ยวเพื่อให้ลำต้นของพืชยืนต้นได้อย่างมั่นคง แข็งแรง ขณะที่พืชเจริญเติบโต รากของพืชจะเติบโตชอบไชหยั่งลึกแพร่กระจายลงไปในดินอย่างกว้างขวางทั้งแนวลึกและแนวราบ ดินที่ร่วนซุยและมีชั้นดินลึก รากพืชจะเจริญเติบโตแข็งแรง สามารถเกาะยึดดิน ต้านทานต่อลมพายุไม่ทำให้ต้นพืชล้มหรือถอนโคนได้

2. ดินเป็นแหล่งให้ธาตุอาหารที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของพืชทั้งนี้เนื่องจากธาตุอาหาร พืชจะถูกปลดปล่อยออกจากอินทรียวัตถุ และแร่ต่างๆ ที่เป็นองค์ประกอบของดิน ให้อยู่ในรูปที่รากพืชสามารถดึงดูดไปใช้ประโยชน์ได้ง่าย

3. ดินเป็นแหล่งที่เก็บกักน้ำหรือความชื้นในดิน ให้อยู่ในรูปที่รากพืชสามารถดึงดูดได้ง่าย เพื่อนำไปหล่อเลี้ยงลำต้นและสร้างการเจริญเติบโต น้ำในดินจะต้องอยู่ในสภาพที่เหมาะสมเท่านั้น ที่รากพืชสามารถดึงดูดขึ้นมาใช้ประโยชน์ได้ การรดน้ำพืชจนขังแฉะรากพืชไม่สามารถดึงดูดน้ำขึ้นไปใช้ประโยชน์ได้ จะทำให้พืชเหี่ยวเฉาและตายในที่สุด

4. ดินเป็นแหล่งที่ให้อากาศในดิน ที่รากพืชใช้เพื่อการหายใจรากพืชประกอบด้วยเซลล์ที่มีชีวิต ต้องการออกซิเจนสำหรับการหายใจทำให้เกิดพลังงานเพื่อการดึงดูดน้ำ ธาตุอาหารและการเจริญเติบโต ดินที่มีการถ่ายเทอากาศดี รากพืชจะเจริญเติบโตแข็งแรง ดูดน้ำและ ธาตุอาหารได้มาก ทำให้ต้นพืชเจริญเติบโตแข็งแรงและให้ผลิตผลสูง

ความสำคัญของเนื้อดินที่มีต่อความเหมาะสมในการเพาะปลูก

1. ด้านการเตรียมดิน กลุ่มดินเหนียวและกลุ่มดินค่อนข้างเหนียวจะไถพรวนลำบาก กล่าวคือ เมื่อเปียกจะเหนียวจัด ถ้าแห้งก็จะแข็งจัดการเตรียมดินเพื่อการปลูกพืชทำได้ลำบากกว่ากลุ่มดินร่วนและกลุ่มดินทราย ซึ่งจะไถพรวนง่ายกว่า

2. ด้านความอุดมสมบูรณ์ของดิน กลุ่มดินเหนียวและค่อนข้างเหนียวจะมีความสามารถอุ้มปุ๋ย หรือธาตุอาหารพืชและน้ำไว้ในดินได้มากกว่ากลุ่มดินร่วนและดินทราย ดังนั้นถ้าเราสามารถทำให้ดินเหนียวและดินค่อนข้างเหนียวมีสภาพไม่แน่นทึบ ดินมีความโปร่งพอสมควร ดินพวกนี้จะปลูกพืชได้งามดี ไม่ต้องการปุ๋ยมากนัก ตรงข้ามกับกลุ่มดินร่วนและดินทรายซึ่งจะอุ้มน้ำและปุ๋ยได้น้อย ถ้าดินไม่ได้รับปุ๋ย หรืออินทรียวัตถุในดินมีอยู่น้อย พืชที่ปลูกมักจะไม่ค่อยงาม ต้องรดน้ำบ่อยใส่ปุ๋ยบ่อยๆ พืชจึงจะงอกงามดี

3. ความโปร่งและร่วยซุย ดินในกลุ่มดินเหนียวมักจะแน่นทึบต้องพรวนบ่อยๆ หรือต้องจัดการเรื่องการระบายน้ำให้ดี เพราะจะขังน้ำได้ง่าย ทำให้รากพืชเน่าและไม่สามารถดูดน้ำและปุ๋ยได้อย่างปกติ จึงต้องหาวิธีทำให้ดินพวกนี้โปร่ง เช่น
ใช้ปุ๋ยคอกและปุ๋ยหมักผสมดินตอนเตรียมดินให้มากๆ ส่วนดินร่วนและดินทรายจะมีคุณสมบัติโปร่ง การระบายน้ำดี อากาศถ่ายเทดี เหมาะกับการเจริญเติบโตและการดึงดูดปุ๋ยและน้ำในดินของราก แต่บางครั้งดินที่มีทรายปนอยู่มากจะโปร่งจนเกินไป พืชขาดน้ำง่ายเพราะดินแห้งเร็ว ต้องรดน้ำบ่อยๆ ทำให้การดูแลลำบาก เราสามารถเพิ่มความอุ้มน้ำของดินร่วนและดินทรายได้ โดยการใช้ปุ๋ยอินทรีย์ เช่น ปุ๋ยคอก ปุ๋ยหมัก หรืออินทรียวัตถุต่างๆ ผสมกับดินให้มากๆ ควรแปรสภาพดินเหนีสารบำรุงดิน แฮ็ปปี้ทรี

อัตราและวิธีใช้ แฮ็ปปี้ ทรี ให้ได้ประสิทธิภาพ

1.นำแฮ็ปปี้ ทรี ในอัตราส่วน 2 – 4 กิโลกรัม คลุกเคล้ากับปุ๋ยเคมี หรือปุ๋ยหมัก ในอัตราส่วน 50 กิโลกรัม

2.นำไปใช้ได้ทันที ในปริมาณที่ต้องการ
ประโยชน์ที่ได้รับจาก แฮ็ปปี้ ทรี สารปรับปรุงดิน

1.ช่วยให้ต้นพืชมีความแข็งแรงสมบูรณ์

2.มีความต้านทานต่อโรค ประเภทเชื้อราได้ดี

3.เป็นสารอาหารที่สำคัญต่อต้นอ่อน

4.เป็นส่วนประกอบสำคัญของขมูกข้าว

5.ช่วยเพิ่มน้ำหนักที่แห้งของเมล็ดพืชให้มีน้ำหนักเพิ่มขึ้น

6.ช่วยให้ปุ๋ยไนโตรเจนละลายช้า

รับสมัครพนักงาน 27 September 2554

No
ตำแหน่ง
เงินเดือน
อัตรา
01
พนักงานขาย ตามวุฒิการศึกษา
หลาย
02
พนักงานบัญชี ตามวุฒิการศึกษา
หลาย
03
พนักงานคลังสินค้า ตามวุฒิการศึกษา
หลาย
04
Detail Medical Representative 20,000
15
05
พนักงานขาย ยาและเวชภัณฑ์ 20,000
15
06
ผู้แทนยา (ดีเทลยา) 20,000
15
07
Product Trainer ไม่ระบุ
1
08
โปรแกรมเมอร์ PHP + MySQL 20,000-25,000
2
09
Admin Officer 12,000-15,000
2
10
วิศวกรฝ่ายขาย 15,000 าทขึ้นไป
10
11
เจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์สินเชื่อ SME 20,000 – 30,000
10
12
พนักงานปฎิบัติการฝ่ายผลิต 9,000 – 15,000
3
13
เจ้าหน้าที่การตลาด ไม่ระบุ
ไม่ระบุ
14
พนักงานขายเขตรษฎร์บูรณะ 15,000 -30,000
ไม่ระบุ
15
พนักงานทั่วไป 7,000-8,500
10

งาน Part time 

ติดต่อด้วยตนเอง

โปรแกรมการอบรมประจำสัปดาห์ สำนักงานใหญ่
(บริษัทปิดทำการทุกวันศุกร์)
 

 

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s